3 thoughts on “มาตรา 53

  1. การเเต่งตั้งก็ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน เเก้ปัญหาซื้อขายไม่ได้ ควรจัดให้เปิดสอบขึ้นบัญชี เเล้วให้เลือกตำเเหน่งตามลำดับคะเเนน คณะกรรมการจัดสอบให้มาจากหน่วยงานภายนอก สอบได้ให้ผู้มีอำนาจบรรจุ ตามลำดับ ส่วนพวกที่สอบไม่ได้ก็รออาวุโสต่อไป ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่บริหาร ไม่ต้องมีอำนาจในการโยกย้ายเว้นเเต่กรณีหย่อนยาน ไม่มีสมรรถภาพ ให้มีหลักเกณ หรือวิธี การโยกย้ายสับเปลี่ยนตำเเหน่งได้

  2. – การแต่งตั้งยังคงรูปแบบเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงในวิธีการซึ่งไม่สามารถไขปัญหาได้แม้จะให้เป็นอำนาจของ ก.ตร.แล้วก็ตาม
    – ข้อเสนอ
    1. การแต่งตั้ง ผบ.ตร.ควรให้ รอง ผบ.ตร. จเรตำรวจ ฯ เสนอตัวแล้วให้ข้าราชการตำรวจระดับ พล.ต.ต. ขึ้นไปลงคะแนนคัดเลือก
    2. การแต่งตั้ง รอง ผบ.ตร. จเรตำรวร ฯ ให้เป็นอำนาจของ ผบ.ตร.คัดเลือกเสนอ ก.ตร.เห็นชอบ
    3. การแต่งตั้ง ผบช. ควรให้ข้าราชการตำรวจผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนเสนอตัวเพื่อดำรงตำแหน่งและให้ข้าราชการตำรวจระดับ พล.ต.ต. – พ.ต.อ. ในสังกัดนั้น ๆ ลงคะแนนคัดเลือก
    4. การแต่งตั้งรอง ผบช. ให้ ผบช. เป็นผู้คัดเลือกเสนอ ผบ.ตร.
    5. การแต่งตั้ง ผบก. ควรให้ข้าราชการตำรวจผู้มีคุณสมครบถ้วนเสนอตัวเพื่อดำรงตำแหน่งและให้ข้าราชการตำรวจระดับ พ.ต.อ – สว. ในสังกัดนั้น ๆ ลงคะแนนคัดเลือก
    6. การแต่งตั้ง รอง ผบก ให้ ผบก เป็นผู้คัดเลือกเสนอ ผบช.
    7. การแต่งตั้ง ผกก. ให้ ผบก.คัดเลือกและเสนอ ผบช.
    8. การแต่งตั้ง สว. ให้ ผกก คัดเลือกเสนอ ผบก.
    โดยให้มีวาระการดำรงที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้อยู่ในอำนาจนานเกินไปแต่อาจเสนอตัวเพื่อดำรงตำแหน่งเดิมได้อีกไม่เกิน 1 วาระ

  3. การเเต่งตั้งโยกย้ายจัดเป็น 2 กลุ่ม อาวุโส กับความรู้ความสามารถ ที่มีปัญหาคือกลุ่มที่มีความรู้ความสามารถ กลุ่มนี้ต้องเปิดสอบทดสอบกันทั้งข้อเขียน สัมภาษ ทดสอบร่างกกายว่าเหมาะกับตำเเหน่งไหม จากนั้นให้ขึ้นบัญชี ทะยอยเรียกบรรจุให้ครบตามตำเเหน่งที่ว่าง คนได้คะเเนนดีเลือกก่อน ยุติธรรมดีไหมครับ เอาเเค่ระดับ สารวัตร กับผู้กำกับ เท่านั้นที่เปิดสอบ ส่วนที่เหลือก็จัดตามอาวุโส หรือทดสอบนิดหน่อยก็ได้ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *