12 thoughts on “มาตรา 17

  1. ไม่เห็นควรให้หน่วยงานอื่น มากำหนดบทบาท นโยบาย และยุทธศาสตร์ เนื่งจากจะทำให้มีอำนาจมากดดันการทำงานให้ผิดเพี้ยนไปจากที่ควร

  2. เหมือนเดิม ไม่มีไรเปลี่ยน ก.ต.ช. เเค่เปลี่ยนคนมาจากหน่วยงานอื่น ก.ต.ช.น่าจะมาจากการรับสมัครจากบุคคลที่มีความสามารถ ประกาศรับสมัคร ก.ต.ช. โดยให้ออกนโยบายมา แล้ว ตำรวจทั่วประเทศลงคะเเนน จะดีกว่าไหมครับ

  3. งานตำรวจเป็นงานที่ใช้ความละเอียดอ่อนหลายด้าน น่าจะเลือกคนที่มีความรู้ความเข้าใจในสายงานตำรวจมาเป็นคณะกรรมการ ที่จะเข้าใจตำรวจ และทำเพื่อตำรวจ ให้ผู้ปฏิบัติได้มีขวัญกำลังใจทำงานเพื่อประชาชน

  4. ไม่เห็นด้วยกับการให้บุคคลจากภายเข้ามาร่วมกำหนดในสิ่งที่เป็นนโยบายเนื่องจากบุคคลภายนอกไม่เคยสัมผัสกับการปฏิบัติงานของตำรวจอาจกำหนดนโยบายที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริงซึ่งจะส่งผลเสียต่อการปฏิบัตหน้าที่ของตำรวจมากกว่า
    ข้อเสนอ เห็นควรปรับลดกรรมการจากบุคคลภายนอกที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับงานตำรวจและควรเพิ่มกรรมการที่มาจากข้าราชการตำรวจให้มากขึ้น เน้น “ควรเพิ่มข้าราชการตำรวจระดับปฏิบัติเข้าไป” โดยกำหนดคุณสมบัติไว้ให้ได้ข้าราชการตำรวจ “ระดับปฏิบัติ”ที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปเป็นกรรมการ เนื่องจากปัจจุบันข้าราชการตำรวจจบระดับปริญญาเอก ปริญญาโท มากมาย

  5. ไม่เห็นด้วยที่ ผบ สส จะเข้ามามีบทบาทมาก อาจทำให้ นโยบายที่ควรทำถูกมองไปด้านความทั่นคงมากเกินไป ส่งผลถึงการทำงานให้แก่ภาพรวม คือประชาชน
    ควรเพิ่ม บทบาท ประชาชนเข้ามามากกว่า โดยคัดสรรมาจากแขนงที่มีความรู้เข้าใจ. ไม่ควรอ้าง ความมั่นคงมากเกินไป เพราะหากเข้าเรืีองความมั่นคง งาน หารก็รับไปดำเนินการอยู่แล้ว อย่าหลงประเด็น

  6. 1.กตช.มี มีบทบาทกำหนดนโยบาย แต่ตำรวจมี ตำรวจมีภารกิจบังคับใช้กฎหมายอำนวยฟาร์มยุติธรรมทางอาญาและรักษาความสงบเรียบร้อยภายในพูดง่ายง่ายคือดูแลทุกข์สุขประชาชน ไม่ ไม่ได้เน้นงานความมั่นคง
    มีปลัด กห.ซึ่ ซึ่งเป็นสัดส่วนอาหารคนเดียวพอแล้ว ไม่ ไม่เห็นด้วยที่จะให้ ผบ.สส.แต่ แต่ควรเพิ่มไอ้การสูงสุดและศาลซึ่งเป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม มาแทน และควรมี และควรมีสัดส่วนซึ่งเป็นผู้แทนใกล้กับตำรวจทั่วประเทศและสัดส่วนของภาคประชาชนเป็นกรรมการเพราะการกำหนดยุทธศาสตร์ตำรวจควรจะมีบุคลากรภายในเข้ามามีบทบาทด้วยสำหรับภาพประชาชน เป็ เป็นผู้ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพจึงควรมีตัวแทนเช่นกัน
    2.การได้มาการได้มาใช้การสรรหาอย่างเดียวตามรูปแบบวัฒนธรรมไทยผู้ที่มีอำนาจย่อมได้เปรียบ เสนอให้ใช้ เสนอให้ใช้การสรรหาจาก กตช.โดยตำแหน่ โดยตำแหน่ง ตามจำนวนที่ ตามจำนวนที่เหมาะสม แนะนำรายชื่อ แนะนำรายชื่อผู้ได้รับการสรรหามาให้ตำรวจทั่วประเทศคัดเลือก น่

  7. ก.ต.ช.เปรียบได้กับ ค.ร.ม.น้อย ทำหน้าที่กำหนดนโยบายตำรวจแห่งชาติ จึงควรเปลี่ยน กรรมการปลัดกระทรวง เป็น รมต.กระทรวงนั้นๆแทน และควรเพื่มผู้แทน องค์กรในกระบวนการยุติธรรมเป็นกรรมการ เช่น สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สภาทนายความ เพื่อร่วมกันกำหนดนโยบายตำรวจและสร้างหลักประกันความยุติธรรมตามรีฐธรรมนูญ

  8. การที่จะปฏิรูปตำรวจให้สำเร็จยั่งยืนได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ในเรื่องจะได้ใครมาเป็น ผบ.ตร.หรือได้ใครมาเป็นคณะกรรมการ แต่อยู่ที่ทำอะไรก็ได้ให้ตำรวจมีรายได้สวัสดิการที่สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ เมื่อมีรายได้สวัสดิการเพียงพอก็ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างมีเกียรติ ไม่ต้องไปพึ่งพาเงินนอกระบบ หรือเลื่อยขาเก้าอี้กัน แทงหลังกันเพื่อไปอยู่ในตำแหน่งที่มีผลประโยชน์ เหมือนทุกวันนี้(เชื่อว่าทุกคนผ่านการอบรม ปลุกฝังสิ่งที่ดี การสอบเข้ามาเป็นตำรวจได้ยากเย็นมาก ต้องมีพื้นฐานการเป็นคนดีแต่เพราะระบบทำให้ตำรวจต้องทำทุกอย่างให้เป็นสีเทาๆ เพื่อการดำรงอยู่ของตนเองและหน่วยงาน จนเป็นวัฒนธรรมฝังรากลึก) และมีกฎที่เด็ดขาดว่าเมื่อให้สวัสดิดารดีที่สุดแล้ว จะมีระบบคัดออกที่เข้มข้นห้ามทำดำๆหรือเทาๆ ซึ่งสวัสดิการต้องทำให้ได้เหมือนศาลหรืออัยการหรืออย่างน้อยที่สุดขอให้ได้กับเท่าดีเอสไอ ซึ่งแนวทางที่จะทำได้คือการลดกำลังพลให้น้อยที่สุด โดยการปรับลดอัตรางานที่ไม่จำเป็น เช่น งานธุรการ ฝ่ายอำนวยการ (ทำเหมือนโรงพยาบาลหน้าที่รักษาคนไข้ก็ให้หมอพยาบาลทำส่วนงานธุรการก็ให้ข้าราชการ ก.พ.ทำ) เมื่อลดจำนวนอัตรากำลังน้อยลง ก็จะสามารถเพิ่มงบประมาณในส่วนเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ ได้

  9. ต้องให้ผู้แทนของ ภาคประชาชน ที่เชื่อถือได้ เข้าร่วมเป็น คณะกรรมการด้วยครับ

  10. ขอแสดงความเห็นครับ ตำรวจเราเกี่ยวข้องกับทุกกระทรวงทบวง และประชาชน
    -นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ ก.ต.ช. ควรเข้าประชุมทุกครั้ง เพื่อให้ความสำคัญกับตำรวจอย่างแท้จริง
    โดยไม่ต้องมอบหมาย รองนายกรัฐมนตรี หรือผู้ใดทำหน้าที่แทน
    -เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ น่าจะคงมีอยู่เช่นเดิม
    -ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และปลัดกระทรวงกลาโหม ควรเลือกตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง เนื่องจากทำให้เกิดความซ้ำซ้อน

    กรรมการ ก.ต.ช. ที่ควรเพิ่ม เพื่อร่วมกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    -ปลัดกระทรวงการคลัง หรือ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เนื่องจากตำรวจมีหน่วยงานเบิกจ่ายทางการเงินมากกว่าหน่วยงานอื่น ฯลฯ
    -อัยการสูงสุด และเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อจะได้มีส่วนร่วมคิดทำพัฒนาระบบงานยุติธรรม
    -ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติเช่นกัน
    -ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การดูแลนักท่องเที่ยวก็เกี่ยวกับตำรวจซึ่งได้เห็นความสำคัญปัจจุบันยกฐานะเป็นกองบัญชาการ

    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน 4 คน
    -ควรมีการระบุให้คัดเลือกมาจาก อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับการยอมรับด้วยสัก 1 – 2 คน
    -ผู้แทนภาคเอกชน
    -ผู้แทนภาคประชาชน

    ผู้ช่วยเลขานุการ ก.ต.ช.
    -ควรเพิ่มผู้บัญชาการหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ด้วย

    ขอบคุณครับที่ให้แสดงความคิดเห็น หากสิ่งใดไม่ถูกต้องขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ครับ

  11. มี ปลัด กลาโหม แล้วจะมีผบ.สส.มาเพิ่มอีกทำไม ภารกิจ ด้านความมั่นคง ภายใน ควรให้ ภายใน ดูแลเช่น ศาล อัยการ เนื่องจาก ต้อง ดำรง ความยุติธรรมจริงๆเรื่องนี้ เป็น การปฏิรูป กระบวนการยุติธรรม แต่ นี่ ผิดเพี้ยน ไปมาก ทบทวนใหม่ด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *